ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ยุวชนไทยรามัญวัดอัมพวันลพบุรี
 

 

 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มอญบางขันหมาก

การแต่งกายของชาวมอญ  มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ก็ไม่แตกต่างจากชาวไทยเท่าใดนัก   ซึ่งในปัจจุบันมีความกลมกลืนทางวัฒนธรรมประเพณีระหว่างไทยและมอญจารึกภาพคนต่างภาษา   ที่วัดพระเชตุพลวิมลมังคลาราม กล่าวถึงการแต่งกายของชาวมอญ  ว่า...
       นุ่งผ้าตารางริ้วเช่น    ชาวอัง   วะแฮ
พันโพกเกล้าแต่งกาย   ใส่เสื้อ
มอญมักสักไหล่หลัง   ลงเลข   ยันต์นา
พลอยทับทิมน้ำเนื้อ นับถือ
 
       การแต่งกายของชายชาวมอญนิยมสวมผ้านุ่ง เรียกว่า  เกลิด  ส่วนผ้าผืนยาวที่นุ่งเวลาออกงานสำคัญเรียกว่า  เกลิดฮะเหลิ่น  แปลว่า   ผ้านุ่งยาวหรือผ้าลอยชาย  ส่วนเสื้อเป็นเสื้อคอกลมผ่าอกตลอดแขนกระบอก  มีกระดุมผ้า   หรือเชือกผูกเข้ากัน หรือเสื้อคอกลมสีสันแขนสั้น  สมัยก่อนนิยมโพกศีรษะ ต่อมาตัดสั้นแบบสมัยนิยม
 
       การแต่งกายของหญิงชาวมอญนิยมสวมนิ่น คล้ายผ้านุ่งของผู้ชาย  แต่ลายของผู้หญิงละเอียดและสวยงามกว่าและวิธีการนุ่งต่างกัน สวมเสื้อตัวในคอกลมแขนกุดตัวสั้นแค่เอวเล็กพอดีตัว   สีสดสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวทรงกระบอก  เป็นผ้าลูกไม้เนื้อบางสีอ่อนมองเห็นเสื้อตัวใน    ถ้ายังสาวอยู่แขนเสื้อจะยาวถึงข้อมือ   หากมีครอบครัวแล้วจะเป็นแขนสามส่วน
 
       หญิงมอญนิยมเกล้าผมมวยค่อนต่ำลงมาทางด้านหลัง โดยมีเครื่องประดับ ๒ ชิ้น  บังคับไม่ให้ผมมวยหลุด  คือ  โลหะรูปตัวยูคว่ำแคบๆ   และโลหะรูปปีกกาตามแนวนอน  ภาษามอญเรียกว่า อะน่ดโซ่ก และ ฮะเหลี่ยงโซ่ก    
 
       จากนั้นประดับด้วย  แหมะเกวี่ยปาวซ่ก  รอบมวยผม   ภายหลังเมื่ออยู่เมืองไทยนานเข้า  ผู้หญิงมอญก็รับเอาอิทธิพลการแต่งตัวแบบผู้หญิงชาวไทย  เข้าไปร่วมด้วยและหันมาแต่งกายตามสมัยนิยมอย่างไทย   สุนทรภู่ กล่าวไว้ในนิราศภูเขาทองถึงการแต่งกายของผู้หญิงมอญที่ปากเกร็ด  จังหวัดนนทบุรี ดังนี้
 
      ถึงเกร็ดย่านบ้านมอญแต่ก่อนเก่า ผู้หญิงเกล้ามวยงามตามภาษา
  เดี๋ยวนี้มอญถอนไรจุกเหมือนตุ๊กตา

ทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย

 
       อีกบทที่สุนทรภู่ได้พรรณนาการนุ่งผ้าของหญิงมอญที่สามโคกในนิราศพระบาท ว่า...
       " เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง
   ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น
   เป็นแยบยลเมื่อยกขยับย่าง
   เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง
   ทั้งผัดหน้าจับเขม่าเหมือนชาวไทย "
 
       สิ่งสำคัญของคนมอญเมื่อเข้าวัดคือมักคล้องผ้าสไบ  เรียกว่า หยาดโด๊ด ใช้ได้ทั้งชายหญิง   แต่โดยมากชายสูงอายุมักใช้ผ้าขาวม้า    วิธีห่มคือพาดจากไหล่ซ้ายไปด้านหลังอ้อมใต้รักแร้ขวาแล้วขึ้นไปทับบนไหล่ซ้าย  หากไปงานรื่นเริงเที่ยวเล่นก็ใช้คล้องคอแทนหรือพาดลงมาตรงๆ บนไหล่ซ้าย
 

ภาพแสดงอะน่ดโซกหรือปิ่นปักผมที่ชาวมอญใช้ตบแต่งมวยผม

 

  

  

การแต่งกายของชาวมอญบางขันหมาก

 

       การแต่งกายของชาวมอญบ้านบางขันหมากคล้ายกับชาวมอญทั่วไป  ในอดีตชาวมอญบางขันหมากเมื่อไปงานสำคัญมักนุ่งโจงกระเบน    สวมเสื้อคอตั้งแขนกระบอกมีผ้าแพรเบี่ยงสำหรับผู้หญิง และผ้าพาดบ่าสำหรับผู้ชายเมื่ออยู่บ้านผู้ชายมักนุ่งผ้านุ่งหรือกางเกงไม่สวมเสื้อ    ขณะที่ผู้หญิงจะนุ่งผ้าถุงหรือโจงกระเบนและห่มผ้าแถบรัดอก    ถ้าเป็นหญิงสูงอายุจะนิยมสวมเสื้อห้าตะเข็บซึ่งเป็นเสื้อคอกระเช้าเข้ารูปตัวสั้นตัดเย็บให้มี ๕ ตะเข็บ    ผ่าหน้าติดกระดุมเป็นเสื้อสีขาวผู้หญิงจะนิยมนุ่งผ้าซิ่นหรือผ้าถุง    แต่เดิมเป็นผ้าฝ้าย ผ้าทอมือ ทอเป็นผ้าพื้นย้อมสีต่างๆ ตามอัธยาศัย    ผ้าถุงของหญิงมอญบางขันหมากจะมีเอกลักษณ์สำคัญคือจะต่อผ้าแถบสีแดงกว้างประมาณ ๓ นิ้ว ตอนบนของผ้านุ่งเสมอ   เวลานุ่งจะเหน็บเอวเป็นผ้าป้ายเดิมไม่คาดเข็มขัด    เมื่อสวมเสื้อทับจะมองไม่เห็นผ้าแดงที่ต่อด้านบนผ้านุ่ง  มักนิยมนุ่งผ้ายาวกรอมเท้า

 

      เสื้อนิยมสวมเสื้อขาวตัดจากผ้าฝ้ายเป็นเสื้อคอกลมแขนกระบอกยาว ๓ ส่วน  หรือยาวถึงปลายแขนก็ได้ตัดเย็บแบบง่ายๆ  ต่อแขนตรงๆ    เป็นเสื้อตัวปล่อยไม่ยาวมากนัก   สวมแล้วชายเสื้ออยู่ประมาณสะโพกบน    เสื้อผ่าหน้ามีสาบเย็บแบบมีสาบด้านในวนตั้งแต่รอบคอลงมาถึงด้านหน้า    เดิมที่ใช้เชือกผูกให้ติดกันแบบง่ายๆ    ต่อมาผูกเชือกบ้างติดกระดุมบ้างที่สำคัญของเสื้อหญิงมอญบางขันหมากต้องมีกระเป๋าซ่อน ๒ ใบ    รูปกระเป๋าด้านบนโค้งมนค่อยข้างยาว    ปากกระเป๋าล้วงจากสาบเสื้อด้านหน้าทางซ้ายใบหนึ่ง  ล้วงจากตะเข็บข้างขวาของเสื้ออีกใบหนึ่ง

 

      ผ้าที่ชาวมอญบางขันหมาก ใช้ในการแต่งกายนอกจากจะเป็นผ้าที่ผลิตขึ้นในท้องถิ่นซึ่งเป็นผ้าฝ้ายแล้วยังมีการซี้อหาผ้าจากต่างท้องถิ่น  เช่น   ผ้าลาวจากอีสาน  ผ้าโคราช  โดยในแต่ละปีจะมีขบวนของนายฮ้อยควาย  ผู้มีอาชีพต้อนฝูงวัว ควาย  และสินค้าประเภทผ้าไหมสำหรับสตรีผ้าโจงกระเบนไหม หางกระรอกและอื่นๆ  นำมาขายจนเป็นที่นิยมของชาวมอญบางขันหมากและคนไทยในละแวกนี้

 
       นอกจากนี้ ผ้าโจงกระเบนไหมยังเป็นที่นิยมใช้เป็นผ้านุ่งสำหรับนาค  โดยการนุ่งแบบจีบหน้านาง    มีการขอยืมกันใช้จากบ้านต่อบ้านสำหรับใช้ในพิธีบวชนาคของหมู่บ้านนี้     เพราะถือว่าสวยงาม   ผู้ชายนิยมไว้ผมทรงมหาดไทยและเริ่มเปลี่ยนแปลงมาสู่ยุคทันสมัยในรัชกาลที่ ๕ ดังที่เคยกล่าวมาแล้ว    และในอดีตเคยมีความเชื่อว่าถ้าผู้ชายใส่ต่างหูข้างซ้ายจะได้ลูกสาว  ตุ้มหูเป็นระย้าทำด้วยเงินหรือทองซึ่งผู้ชายนิยมใส่ไปงานบวชนาคด้วย   แต่ในปัจจุบันไม่พบเห็นความเชื่อดังกล่าวเช่นนี้อีกแล้ว  ส่วนสตรีมอญนิยมใส่ต่างหูแบบฟักทองแบบระย้า  นิยมสวมสร้อยตัวสวมไปงานบุญใหญ่ ๆ
 
      มอญบางขันหมากนิยมใช้สไบที่เป็นผ้าฝ้ายสีขาว  หรือผ้าที่ถักด้วยไหมพรม   และผ้าแพรจีนเนื้อละเอียด    มีลายในตัวซึ่งมีการซื้อหาจากแหล่งร้านค้าในตลาด   นิยมเรียกว่า    ผ้าแพรสีทอง    โดยเฉพาะเวลาเข้าวัดร่วมในงานบุญต่างๆ    มักพบสตรีผู้สูงอายุชาวมอญบางขันหมากพาดผ้าสไบแทบทุกคนเพราะเชื่อกันว่าการคล้องผ้าสไบมีอานิสงส์ในการทำบุญเพิ่มขึ้น    เมื่อไปวัดจะใช้สไบพาดเฉียงไหล่เวลากราบพระจะปล่อยชายข้างหนึ่งลงมารองกราบ     ซึ่งในปัจจุบันเด็กและเยาวชนมีการติดต่อสังคมภายนอกมากขึ้น    และซึมซับวัฒนธรรมต่างชาติมากขึ้น     ลืมวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของตนแทบทั้งหมดอีกไม่นานภาพสไบผืนน้อยอาจจะเหลือเพียงภาพแห่งความทรงจำ...
 

 

เมียะเรียะโหม่ว์เจ้ตเหอะเทาะห์ซะมาว 

เมียะนิห์เจ้ตเหอะเทาะห์เกี้ยะกาว

ของหอมแท้ไม่ทิ้งกลิ่น

  คนจริงไม่ทิ้งชาติตระกูล
 

 

 
ยุวชนไทยรามัญวัดอัมพวัน  ตำบลบางขันหมาก  อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
 
free web counter
free hit counter