|
ชาวมอญบางขันหมาก
มีลักษณะการตั้งบ้านเรือนเป็นกลุ่ม
เป็นลักษณะชุมชนขนาดปานกลางที่หนาแน่นแออัด
เป็นชุมชนแบบชนบทที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน
โดยมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นญาติกันเป็นส่วนใหญ่
อาจจะเป็นญาติสนิทกันบ้าง เป็นญาติห่างๆ กันบ้าง
แต่ก็มีการนับถือกันเสมือนญาติเพราะต่างก็เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน
ถึงแม้จะอยู่คนละหมู่บ้านกัน แต่เมื่อมีพิธีกรรมต่างๆ
ก็จะส่งข่าวคราวถึงกันและมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี |
|
ลักษณะครอบครัวนั้นชาวมอญบางขันหมากมีลักษณะครอบครัวเป็นระบบหมุนเวียนโดยเริ่มจากครอบครัวเดี่ยว
ไปเป็นครอบครัวขยาย กล่าวคือ
ในครอบครัวเดี่ยวจะประกอบไปโดยพ่อ แม่ และลูก
อาศัยอยู่ร่วมกัน
ต่อมาเมื่อลูกชายแต่งงานก็จะนำภรรยามาอยู่ด้วยในบ้าน
ทำให้สภาพครอบครัวเดี่ยวกลายสภาพเป็นครอบครัวขยาย
อันประกอบด้วยครอบครัวเดิมของพ่อแม่และครอบครัวของลูกชายที่แต่งงานแล้ว
ส่วนลูกสาวนั้นส่วนใหญ่เมื่อแต่งงานก็จะไปอยู่กับครอบครัวของฝ่ายสามี
แต่ก็มีบางส่วนที่นำสามีเข้ามาอยู่กับพ่อแม่ของตน
เนื่องจากยังไม่มีเงินมากพอที่จะปลูกบ้านแยกได้
เมื่อมีเงินเพียงพอก็จะแยกบ้าน
เมื่อน้องชายหรือน้องสาวคนรองแต่งงานและนำภรรยาหรือสามีเข้ามาอยู่ในบ้าน
ลูกชายหรือลูกสาวที่แต่งงานก่อนก็จะแยกครอบครัวออกไปปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่อยู่ในบ้าน
ลูกชายหรือลูกสาวที่แต่งงานก่อนก็จะแยกครอบครัวออกไปปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่อยู่ในบริเวณใกล้
ๆ
กับบ้านของพ่อแม่ลักษณะของครอบครัวจึงกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนใหญ่บ้านที่พ่อแม่เคยอยู่ก็จะเป็นสมบัติของลูกคนสุดท้องในแต่ละครอบครัว |
| |
|
ภายในครอบครัวคนแก่คนเฒ่าจะทำหน้าที่ดูแลบ้าน
ส่วนคนหนุ่มสาวจะออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้า อาจจะไปทำนา
ค้าขาย รับจ้างและอื่นๆ
เราจึงสามารถพบเห็นคนแก่คนเฒ่านั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่เตียงในบริเวณใต้ถุนบ้าน
หรือไม่ก็เลี้ยงหลานที่ยังเล็กและยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียน
ดังนั้นคนแก่คนเฒ่าจึงมีความใกล้ชิดกับลูกหลานพร้อมกับได้รับความเคารพนับถือจากลูกหลานมาก
ในขณะที่เลี้ยงหลานคนแก่คนเฒ่าก็จะถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาวมอญสู่ลูกหลานด้วย
เช่น ภาษาพูด คติความคิด คติความเชื่อ อาหารการกิน
ข้อห้ามต่าง ๆ ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี |
|
|
|
อำนาจภายในครอบครัวนั้น บิดาจะเป็นผู้นำและมีอำนาจมากที่สุด
มีหน้าที่ตัดสินใจในการดำรงชีวิตและทำงานในส่วนที่หนัก เช่น
ทำนา ผสมดินทำอิฐ
ส่วนมารดาหรือผู้หญิงจะเป็นผู้ตามรับผิดชอบงานบ้านงานเรือนและอาหารการกินภายในครอบครัว |
|
|
|
การสืบตระกูลนั้น จะนับถือผีทางฝ่ายบิดา
ลูกชายและภรรยาจะนับถือผีบรรพบุรุษทางฝ่ายพ่อ
ส่วนลูกสาวจะไปนับถือผีทางสามีของตนหลังจากแต่งงาน
ดังนั้นชาวมอญส่วนใหญ่จึงต้องการมีลูกชายมากกว่าลูกสาว
เพราะลูกชายจะทำหน้าที่สืบทอดผีบรรพบุรุษโดยทำหน้าที่เลี้ยงผีบรรพบุรุษอันหมายถึง
ปู่ ย่า ตา ยาย ผู้ล่วงลับไปแล้ว
ดังนั้นการมีลูกชายก็เท่ากับว่าจะได้มีคนเลี้ยงอาหารหรือ
เซ่นอาหารให้พ่อแม่เมื่อตายไปแล้ว
ส่วนลูกสาวนั้นเมื่อแต่งงานก็ถือว่าอยู่กันคนละผีกัน
เหตุผลอีกประการหนึ่งที่อยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาวนั้นก็เพราะวาต้องการให้ลูกชายสืบตระกูล |
| |
|
ในด้านการแต่งงานนั้น
ชาวมอญบางขันหมากไม่นิยมเป็นโสดจนอายุมาก
การแต่งงานส่วนใหญ่จะแต่งเมื่อหญิงมีอายุ ๑๗ ๒๐ ปี
(พรรณพจน์ ปานทองคำ ๒๕๒๘ ๑๔๓ ) แต่เดิมนั้น
ชาวมอญบางขันหมากจะแต่งงานกันเฉพาะในหมู่คนมอญในชุมชนเท่านั้น
ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป
มีการสังคมกับคนภายนอกมากขึ้นการแต่งงานจึงไม่จำกัดเฉพาะคนมอญเท่านั้น
เมื่อฝ่ายชายต้องการให้ผู้ใหญ่ของตนไปสู่ขอหญิงที่ตนรัก
ก็จะให้ผู้ใหญ่ฝ่ายตนไปทาบทามฝ่ายหญิง
หลังจากทาบทามแล้วก็จะไปสู่ขอ โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย ๆ
ละหลายคนเพื่อเป็นสักขีพยานว่าจะเรียกฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
ปู่ย่า ตายาย ยังมีชีวิตอยู่
การแต่งงานก็จะไม่มีการเซ่นผี
เพื่อให้วิญญาณของท่านเหล่านั้นให้ศีลให้พรให้อยู่เย็นเป็นสุข |
| |
|
ชาวมอญบางขันหมากนั้น
เมื่อยังไม่มีพระราชบัญญัติการใช้นามสกุล จะใช้คำว่า
“มะ”
นำหน้าชื่อผู้ชาย และใช้คำว่า “เม้ย
“ นำหน้าชื่อผู้หญิง
ส่วนการตั้งชื่อนั้น แต่เดิมจะตั้งชื่อเป็นภาษามอญ เช่น
นายงุ่ย (แปลว่า กุ้ง ) นายด๊วด (แปลว่า หนู เล็ก
ลูกคนเล็ก) นายกรอ (แปลว่า ให้) นางเกร๊ะ (แปลว่า สั้น
) นางมอ (แปลว่า เริ่มต้น โคน กอ)
แต่ปัจจุบันการตั้งชื่อเหมือนคนไทยทั่ว ๆ ไป เช่น
นายวิชัย นายอนันต์ เป็นต้น
สำหรับนามสกุลที่สามารถระบุได้ว่าเป็นคนมอญ
หรือเชื้อสายมอญเช่น รามัญวงศ์ รุมรามัญ เต๊ะขันหมาก
มิขันหมาก เม้ยขันหมาก พุกขันหมาก บางขันหมาก
เปิ้นวงศ์ เต๊ะวงษ์ เป็นต้น
คนรองแต่งงานและนำภรรยาหรือสามีเข้ามาอยู่ในบ้าน
ลูกชายหรือลูกสาวที่แต่งงานก่อนก็จะแยกครอบครัวออกไปปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่อยู่ |
| |
| |
| |
|
:: ข้อมูลเพิ่มเติม
:: |
|
|
|
สภาพปัจจุบัน |
|
ชาวมอญบางขันหมากในปัจจุบันมีลักษณะใกล้เคียงกับคนไทยเพราะความผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม
ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ชัดจากการแต่งกายคนรุ่นหนุ่มสาวจะแต่งกายแบบคนไทยทั่วๆ
ไป
ส่วนคนกลางคนจะยังแต่งกายแบบเดิม
ผู้หญิงนิยมไว้ผมมวยนุ่งผ้าถุง
สวมเสื้อคอกลมแขนกระบอกหรือเด็ก ๆ
ต้องเข้าโรงเรียนหรืออาจต้องทำพิธีเมื่อจะตัดจุก
ทำให้เป็นภาระกับผู้ปกครองความนิยมก็เลยลดลงจนเกือบจะหาเด็กไว้ผมจุกไม่ได้ |
|
|
|
ส่วนภาษาพูดนั้น
ชาวมอญยังคงพูด
“ภาษารามัญ”
ในหมู่คนเดียวกัน
แต่หาคนที่อ่านเขียนภาษารามัญได้ยาก
เพราะไม่มีคนรุ่นใหม่นิยมเรียนโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่เมื่อเข้าโรงเรียนเรียนภาษาไทยก็พูดภาษาไทยทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน
การเปลี่ยนแปลงด้านการใช้ภาษานี้รวมไปถึงการสวดมนต์ของพระด้วยเพราะในปัจจุบันพระจะสวดเป็นสำเนียงไทยมากกว่าสำเนียงรามัญ
ทำให้บางคนที่ยังอนุรักษ์ของเดิมไม่ค่อยชอบใจมากนัก
เกรงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินไป |
|
|
|
สิ่งที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญบางขันหมากคือความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา
แม้สภาพเศรษฐกิจสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใดแต่ความศรัทธาของชาวมอญยังคงเหนียวแน่น
ลักษณะเช่นนี้จะมีอยู่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจากงานบุญต่างๆ
เช่น สงกรานต์ เข้าพรรษา
ออกพรรษา ตักบาตรน้ำผึ้ง งานศพพระ ฯลฯ
เมื่อมีงานบุญทุกครัวเรือนจะไปร่วมทำบุญที่วัด
ผู้ใดไปทำงานต่างถิ่นก็มักจะกลับมาเยี่ยมเยียนบ้านเดิมในโอกาสนี้
นอกจากนี้ในบางครั้งการเดินทางค่อนข้างลำบากต้องบุกน้ำลุยโคลนก็ไม่ย่อท้อ
หรือสิ่งของที่นำมาทำบุญก็ล้วนแต่ได้เลือกสรรมาแล้วทั้งสิ้น |
|
|
|
ลักษณะที่น่านิยมในระบบครอบครัวชาวมอญนี้คือ
ยังคงยึดถือกับระบบสมรสแบบที่เรียกว่า
monogamy คือ
หญิงชายจะมีคู่สมรสได้เพียงหนึ่งเดียวและถืออย่างเคร่งครัดด้วย
ในหมู่บ้านบางขันหมากจึงไม่มีครอบครัวใดที่มีปัญหาเรื่องนี้เพราะชาวบ้านบางขันหมากถือกันว่าถ้าผู้ใดมีสามีหรือภรรยามากกว่าหนึ่ง
ผู้นั้นจะเป็นคน “ไม่ดี”
ถ้าหากจะมีบ้างก็มักจะอพยพครอบครัวไปอยู่ที่อื่นลักษณะเช่นนี้ประกอบกับประเพณี
“ถือผี”
อย่างเหนียวแน่นทำให้เกิดความสัมพันธ์ทางเครือญาติอันเป็นพื้นฐานสำคัญของความร่วมมือต่าง
ๆ
ทั้งในด้านกำลังคนและกำลังทรัพย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนที่นับถือผีตระกูลเดียวกันก็จะอุปถัมภ์ค้ำจุนกันเพิ่มขึ้นอีกเป็นกรณีพิเศษ |
| |
|
สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนหมู่บ้านนี้
ยังเรียกได้ว่าเป็นสังคมเกษตรกรรมอย่างแท้จริง
ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความผูกพันกันยึดมั่นในคุณธรรม
และมีอาชีพหลักคือเกษตรกรรม ทำนา
ชาวบ้านส่วนใหญ่ มีนาเป็นของตนเอง
แต่ก็ไม่มีที่นามากพอที่จะผลิตข้าวมากมายเพียงแต่พอมีพอกิน
ฐานะของชนกลุ่มนี้ จึงอยู่ในระดับปานกลาง |
|
|
|
ในด้านการศึกษานั้น
ชาวมอญบางขันหมากจะนับว่า
“บัณฑิต”
เป็นพิเศษและนิยมส่งบุตรหลานเรียนหนังสือในภาคบังคับซึ่งมีโรงเรียนในเขตนี้
๒ โรงเรียนคือ โรงเรียนวัดโพธิ์ระหัต
กับโรงเรียนวัดอัมพวัน
หลังจากการศึกษาภาคบังคับแล้วก็จะส่งมาเรียนในตัวเมือง
ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับฐานะและสติปัญญาของเด็กด้วย
แต่ส่วนมากนิยมที่จะส่งเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง
เพราะยังมีค่านิยมว่าผู้ชายเป็นผู้นำสังคม
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็ตาม
ผู้ชายจะเป็นผู้ตัดสินใจ
และการนับถือผีตลอดจนการสืบสกุลก็ถือที่ผู้ชายเป็นใหญ่
ถึงแม้บ้านบางขันหมากจะอยู่ห่างจากตัวเมืองลพบุรีเพียง
๒ กิโลเมตร
แต่หมู่บ้านนี้ก็ยังไม่มีน้ำประปาใช้
ยังคงใช้น้ำคลอง น้ำบ่อ
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านค่อนข้างลำบากในหน้าแล้ง
ลำคลองก็นับวันจะตื้นเขิน
ซึ่งถ้าไม่หาทางแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้
ชาวบ้านที่อยู่ในแถบนี้ก็คงจะลำบากมากยิ่งขึ้น |
| |
|
แต่ความน่าประทับใจก็คือ
ชาวบ้านบางขันหมาก
มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ความมีน้ำใจของชาวไทยเชื้อสายมอญบางขันหมาก
ที่มักให้การต้อนรับทุกคนที่ไปเยี่ยมเยียนแม้เป็นแขกแปลกหน้า
ความมีน้ำใจนี้ก็พบได้โดยทั่วไป เช่น
การแบ่งดอกไม้ธูปเทียนให้บูชาพระ
การต้อนรับพูดคุยด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
โดยมิหวังผลตอบแทนใดๆ
เป็นน้ำใจบริสุทธิ์
ที่เราหาได้ยากในสังคม เมืองปัจจุบัน |
|
|
|
|
|
ลักษณะการสร้างบ้านที่อยู่อาศัย |
|
ชาวบ้านบางขันหมากกลุ่มใหญ่ที่ยังยึดถือคำสั่งสอนของบรรพบุรุษเต็มที่
มักจะสร้างบ้านรวมกลุ่มกันในที่ดินแปลงเดิมของพ่อแม่
ประกอบด้วยบ้านพี่บ้านน้องโดยมีบ้านหลังเดิมของพ่อแม่อยู่กลาง
บ้านพี่และบ้านน้องคนรองๆ
ก็จะล้อมบ้านพ่อแม่เมื่อสิ้นบุญพ่อแม่แล้ว
บ้านหลังที่พ่อแม่เคยอยู่ก็จะเป็นสมบัติของลูกคนสุดท้องในแต่ละครอบครัวจากที่ดินเดิม
ซึ่งไม่มากหลังนัก
บัดนี้วงศ์วานว่านเครือขยายออกมากบ้าน
จึงมีมากจนติดกันอย่างแออัดยัดเหยียดไม่มีการวางผัง
ส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนไทยโบราณเสาเป็นไม้มะค่า
ไม้เต็ง ไม้แดง
ส่วนล่างของพื้นดินเป็นพื้นบ้านสูง
เพราะฤดูน้ำหลากระดับน้ำจะขึ้นสูงการมีพื้นบ้านสูงเท่ากับป้องกันงูเห่าลอยน้ำ
เลื้อยขึ้นบ้านประการหนึ่ง
และป้องกันระดับน้ำถึงพื้นบ้านอีกประการหนึ่ง
หลังคาบ้านบางหลังมุงสังกะสี
เช่นเดียวกับบ้านคนไทยในชนบททั่วไป |
|
|
|
|
|
การอุปสมบทและการแต่งงาน |
|
คนไทยเชื้อสายมอญนับถือพุทธศาสนา
ฝ่ายธรรมยุติผู้ชายที่มีอายุครบ ๒๐
ปีบริบูรณ์
จะอุปสมบทเพื่อทดแทนพระคุณบิดา มารดา
วัดที่ชาวไทยเชื้อสายมอญอุปสมบทได้แก่
วัดกลาง วัดทุ่ง วัดโพธิ์ระหัต
และวัดอัมพวัน
ภิกษุในวัดมอญจะสวดมนต์ทำวัดได้ทั้งภาษามอญและภาษาไทย |
|
|
|
การแต่งงาน
คนไทยเชื้อสายมอญไม่นิยมเป็นโสดจนอายุมาก
แต่ก็ยังมีคนไทยเชื้อสายมอญหลายคนที่ครองโสดจนเกินวัยแต่งงาน
การแต่งงานส่วนใหญ่จะแต่งเมื่อหญิงมีอายุระหว่าง
๑๗
- ๒๐ ปี
เป็นการแต่งงานในหมู่คนไทยมอญด้วยกัน |
| |
|
 |