ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ยุวชนไทยรามัญวัดอัมพวันลพบุรี
 

 

 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ลักษณะของครอบครัวมอญบางขันหมาก

          ชาวมอญบางขันหมาก มีลักษณะการตั้งบ้านเรือนเป็นกลุ่ม เป็นลักษณะชุมชนขนาดปานกลางที่หนาแน่นแออัด   เป็นชุมชนแบบชนบทที่ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน  โดยมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นญาติกันเป็นส่วนใหญ่    อาจจะเป็นญาติสนิทกันบ้าง  เป็นญาติห่างๆ  กันบ้าง   แต่ก็มีการนับถือกันเสมือนญาติเพราะต่างก็เป็นกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน  ถึงแม้จะอยู่คนละหมู่บ้านกัน   แต่เมื่อมีพิธีกรรมต่างๆ  ก็จะส่งข่าวคราวถึงกันและมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นอย่างดี

          ลักษณะครอบครัวนั้นชาวมอญบางขันหมากมีลักษณะครอบครัวเป็นระบบหมุนเวียนโดยเริ่มจากครอบครัวเดี่ยว   ไปเป็นครอบครัวขยาย  กล่าวคือ  ในครอบครัวเดี่ยวจะประกอบไปโดยพ่อ   แม่  และลูก  อาศัยอยู่ร่วมกัน  ต่อมาเมื่อลูกชายแต่งงานก็จะนำภรรยามาอยู่ด้วยในบ้าน   ทำให้สภาพครอบครัวเดี่ยวกลายสภาพเป็นครอบครัวขยาย  อันประกอบด้วยครอบครัวเดิมของพ่อแม่และครอบครัวของลูกชายที่แต่งงานแล้ว  ส่วนลูกสาวนั้นส่วนใหญ่เมื่อแต่งงานก็จะไปอยู่กับครอบครัวของฝ่ายสามี  แต่ก็มีบางส่วนที่นำสามีเข้ามาอยู่กับพ่อแม่ของตน   เนื่องจากยังไม่มีเงินมากพอที่จะปลูกบ้านแยกได้   เมื่อมีเงินเพียงพอก็จะแยกบ้าน  เมื่อน้องชายหรือน้องสาวคนรองแต่งงานและนำภรรยาหรือสามีเข้ามาอยู่ในบ้าน   ลูกชายหรือลูกสาวที่แต่งงานก่อนก็จะแยกครอบครัวออกไปปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่อยู่ในบ้าน   ลูกชายหรือลูกสาวที่แต่งงานก่อนก็จะแยกครอบครัวออกไปปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่อยู่ในบริเวณใกล้ ๆ  กับบ้านของพ่อแม่ลักษณะของครอบครัวจึงกลายเป็นครอบครัวเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง   ส่วนใหญ่บ้านที่พ่อแม่เคยอยู่ก็จะเป็นสมบัติของลูกคนสุดท้องในแต่ละครอบครัว

 

          ภายในครอบครัวคนแก่คนเฒ่าจะทำหน้าที่ดูแลบ้าน   ส่วนคนหนุ่มสาวจะออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้า  อาจจะไปทำนา  ค้าขาย  รับจ้างและอื่นๆ เราจึงสามารถพบเห็นคนแก่คนเฒ่านั่งเล่นนอนเล่นอยู่ที่เตียงในบริเวณใต้ถุนบ้าน  หรือไม่ก็เลี้ยงหลานที่ยังเล็กและยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียน  ดังนั้นคนแก่คนเฒ่าจึงมีความใกล้ชิดกับลูกหลานพร้อมกับได้รับความเคารพนับถือจากลูกหลานมาก  ในขณะที่เลี้ยงหลานคนแก่คนเฒ่าก็จะถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมของชาวมอญสู่ลูกหลานด้วย  เช่น   ภาษาพูด  คติความคิด   คติความเชื่อ   อาหารการกิน   ข้อห้ามต่าง ๆ  ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณี

 

          อำนาจภายในครอบครัวนั้น  บิดาจะเป็นผู้นำและมีอำนาจมากที่สุด  มีหน้าที่ตัดสินใจในการดำรงชีวิตและทำงานในส่วนที่หนัก   เช่น  ทำนา   ผสมดินทำอิฐ  ส่วนมารดาหรือผู้หญิงจะเป็นผู้ตามรับผิดชอบงานบ้านงานเรือนและอาหารการกินภายในครอบครัว

 

          การสืบตระกูลนั้น  จะนับถือผีทางฝ่ายบิดา  ลูกชายและภรรยาจะนับถือผีบรรพบุรุษทางฝ่ายพ่อ  ส่วนลูกสาวจะไปนับถือผีทางสามีของตนหลังจากแต่งงาน  ดังนั้นชาวมอญส่วนใหญ่จึงต้องการมีลูกชายมากกว่าลูกสาว  เพราะลูกชายจะทำหน้าที่สืบทอดผีบรรพบุรุษโดยทำหน้าที่เลี้ยงผีบรรพบุรุษอันหมายถึง  ปู่  ย่า  ตา  ยาย  ผู้ล่วงลับไปแล้ว  ดังนั้นการมีลูกชายก็เท่ากับว่าจะได้มีคนเลี้ยงอาหารหรือ   เซ่นอาหารให้พ่อแม่เมื่อตายไปแล้ว  ส่วนลูกสาวนั้นเมื่อแต่งงานก็ถือว่าอยู่กันคนละผีกัน   เหตุผลอีกประการหนึ่งที่อยากได้ลูกชายมากกว่าลูกสาวนั้นก็เพราะวาต้องการให้ลูกชายสืบตระกูล

 

          ในด้านการแต่งงานนั้น  ชาวมอญบางขันหมากไม่นิยมเป็นโสดจนอายุมาก   การแต่งงานส่วนใหญ่จะแต่งเมื่อหญิงมีอายุ  ๑๗  ๒๐  ปี  (พรรณพจน์    ปานทองคำ  ๒๕๒๘   ๑๔๓ )   แต่เดิมนั้น  ชาวมอญบางขันหมากจะแต่งงานกันเฉพาะในหมู่คนมอญในชุมชนเท่านั้น  ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป  มีการสังคมกับคนภายนอกมากขึ้นการแต่งงานจึงไม่จำกัดเฉพาะคนมอญเท่านั้น  เมื่อฝ่ายชายต้องการให้ผู้ใหญ่ของตนไปสู่ขอหญิงที่ตนรัก  ก็จะให้ผู้ใหญ่ฝ่ายตนไปทาบทามฝ่ายหญิง  หลังจากทาบทามแล้วก็จะไปสู่ขอ  โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย  ๆ   ละหลายคนเพื่อเป็นสักขีพยานว่าจะเรียกฝ่ายชายและฝ่ายหญิง  ปู่ย่า  ตายาย  ยังมีชีวิตอยู่   การแต่งงานก็จะไม่มีการเซ่นผี   เพื่อให้วิญญาณของท่านเหล่านั้นให้ศีลให้พรให้อยู่เย็นเป็นสุข

 
          ชาวมอญบางขันหมากนั้น  เมื่อยังไม่มีพระราชบัญญัติการใช้นามสกุล  จะใช้คำว่า  มะ  นำหน้าชื่อผู้ชาย   และใช้คำว่า เม้ย   นำหน้าชื่อผู้หญิง   ส่วนการตั้งชื่อนั้น   แต่เดิมจะตั้งชื่อเป็นภาษามอญ  เช่น  นายงุ่ย  (แปลว่า  กุ้ง )   นายด๊วด  (แปลว่า  หนู   เล็ก   ลูกคนเล็ก)   นายกรอ  (แปลว่า  ให้)   นางเกร๊ะ  (แปลว่า  สั้น )   นางมอ  (แปลว่า  เริ่มต้น   โคน  กอ)   แต่ปัจจุบันการตั้งชื่อเหมือนคนไทยทั่ว ๆ  ไป   เช่น   นายวิชัย  นายอนันต์  เป็นต้น  สำหรับนามสกุลที่สามารถระบุได้ว่าเป็นคนมอญ  หรือเชื้อสายมอญเช่น   รามัญวงศ์    รุมรามัญ   เต๊ะขันหมาก  มิขันหมาก   เม้ยขันหมาก  พุกขันหมาก   บางขันหมาก   เปิ้นวงศ์  เต๊ะวงษ์   เป็นต้น   คนรองแต่งงานและนำภรรยาหรือสามีเข้ามาอยู่ในบ้าน   ลูกชายหรือลูกสาวที่แต่งงานก่อนก็จะแยกครอบครัวออกไปปลูกสร้างบ้านเรือนใหม่อยู่
 
 
 

:: ข้อมูลเพิ่มเติม ::

 
สภาพปัจจุบัน

            ชาวมอญบางขันหมากในปัจจุบันมีลักษณะใกล้เคียงกับคนไทยเพราะความผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม      ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ชัดจากการแต่งกายคนรุ่นหนุ่มสาวจะแต่งกายแบบคนไทยทั่วๆ ไป  ส่วนคนกลางคนจะยังแต่งกายแบบเดิม  ผู้หญิงนิยมไว้ผมมวยนุ่งผ้าถุง  สวมเสื้อคอกลมแขนกระบอกหรือเด็ก ๆ ต้องเข้าโรงเรียนหรืออาจต้องทำพิธีเมื่อจะตัดจุก  ทำให้เป็นภาระกับผู้ปกครองความนิยมก็เลยลดลงจนเกือบจะหาเด็กไว้ผมจุกไม่ได้

 

            ส่วนภาษาพูดนั้น  ชาวมอญยังคงพูด ภาษารามัญ ในหมู่คนเดียวกัน  แต่หาคนที่อ่านเขียนภาษารามัญได้ยาก  เพราะไม่มีคนรุ่นใหม่นิยมเรียนโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่เมื่อเข้าโรงเรียนเรียนภาษาไทยก็พูดภาษาไทยทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน  การเปลี่ยนแปลงด้านการใช้ภาษานี้รวมไปถึงการสวดมนต์ของพระด้วยเพราะในปัจจุบันพระจะสวดเป็นสำเนียงไทยมากกว่าสำเนียงรามัญ  ทำให้บางคนที่ยังอนุรักษ์ของเดิมไม่ค่อยชอบใจมากนัก เกรงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินไป

 
            สิ่งที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญบางขันหมากคือความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา  แม้สภาพเศรษฐกิจสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใดแต่ความศรัทธาของชาวมอญยังคงเหนียวแน่น   ลักษณะเช่นนี้จะมีอยู่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจากงานบุญต่างๆ   เช่น  สงกรานต์  เข้าพรรษา  ออกพรรษา  ตักบาตรน้ำผึ้ง  งานศพพระ ฯลฯ  เมื่อมีงานบุญทุกครัวเรือนจะไปร่วมทำบุญที่วัด  ผู้ใดไปทำงานต่างถิ่นก็มักจะกลับมาเยี่ยมเยียนบ้านเดิมในโอกาสนี้  นอกจากนี้ในบางครั้งการเดินทางค่อนข้างลำบากต้องบุกน้ำลุยโคลนก็ไม่ย่อท้อ  หรือสิ่งของที่นำมาทำบุญก็ล้วนแต่ได้เลือกสรรมาแล้วทั้งสิ้น
 

            ลักษณะที่น่านิยมในระบบครอบครัวชาวมอญนี้คือ  ยังคงยึดถือกับระบบสมรสแบบที่เรียกว่า  monogamy  คือ  หญิงชายจะมีคู่สมรสได้เพียงหนึ่งเดียวและถืออย่างเคร่งครัดด้วย  ในหมู่บ้านบางขันหมากจึงไม่มีครอบครัวใดที่มีปัญหาเรื่องนี้เพราะชาวบ้านบางขันหมากถือกันว่าถ้าผู้ใดมีสามีหรือภรรยามากกว่าหนึ่ง  ผู้นั้นจะเป็นคน ไม่ดี ถ้าหากจะมีบ้างก็มักจะอพยพครอบครัวไปอยู่ที่อื่นลักษณะเช่นนี้ประกอบกับประเพณี ถือผี อย่างเหนียวแน่นทำให้เกิดความสัมพันธ์ทางเครือญาติอันเป็นพื้นฐานสำคัญของความร่วมมือต่าง ๆ ทั้งในด้านกำลังคนและกำลังทรัพย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนที่นับถือผีตระกูลเดียวกันก็จะอุปถัมภ์ค้ำจุนกันเพิ่มขึ้นอีกเป็นกรณีพิเศษ

 

            สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนหมู่บ้านนี้ ยังเรียกได้ว่าเป็นสังคมเกษตรกรรมอย่างแท้จริง ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความผูกพันกันยึดมั่นในคุณธรรม และมีอาชีพหลักคือเกษตรกรรม    ทำนา  ชาวบ้านส่วนใหญ่ มีนาเป็นของตนเอง  แต่ก็ไม่มีที่นามากพอที่จะผลิตข้าวมากมายเพียงแต่พอมีพอกิน  ฐานะของชนกลุ่มนี้  จึงอยู่ในระดับปานกลาง

 

            ในด้านการศึกษานั้น  ชาวมอญบางขันหมากจะนับว่า บัณฑิต   เป็นพิเศษและนิยมส่งบุตรหลานเรียนหนังสือในภาคบังคับซึ่งมีโรงเรียนในเขตนี้  ๒  โรงเรียนคือ  โรงเรียนวัดโพธิ์ระหัต  กับโรงเรียนวัดอัมพวัน  หลังจากการศึกษาภาคบังคับแล้วก็จะส่งมาเรียนในตัวเมือง  ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับฐานะและสติปัญญาของเด็กด้วย แต่ส่วนมากนิยมที่จะส่งเด็กชายมากกว่าเด็กหญิง  เพราะยังมีค่านิยมว่าผู้ชายเป็นผู้นำสังคม  ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็ตาม  ผู้ชายจะเป็นผู้ตัดสินใจ และการนับถือผีตลอดจนการสืบสกุลก็ถือที่ผู้ชายเป็นใหญ่  ถึงแม้บ้านบางขันหมากจะอยู่ห่างจากตัวเมืองลพบุรีเพียง  ๒  กิโลเมตร แต่หมู่บ้านนี้ก็ยังไม่มีน้ำประปาใช้  ยังคงใช้น้ำคลอง  น้ำบ่อ  ลักษณะเช่นนี้ทำให้ชาวบ้านค่อนข้างลำบากในหน้าแล้ง  ลำคลองก็นับวันจะตื้นเขิน  ซึ่งถ้าไม่หาทางแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้  ชาวบ้านที่อยู่ในแถบนี้ก็คงจะลำบากมากยิ่งขึ้น

 

            แต่ความน่าประทับใจก็คือ  ชาวบ้านบางขันหมาก  มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ความมีน้ำใจของชาวไทยเชื้อสายมอญบางขันหมาก  ที่มักให้การต้อนรับทุกคนที่ไปเยี่ยมเยียนแม้เป็นแขกแปลกหน้า  ความมีน้ำใจนี้ก็พบได้โดยทั่วไป  เช่น  การแบ่งดอกไม้ธูปเทียนให้บูชาพระ  การต้อนรับพูดคุยด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส  โดยมิหวังผลตอบแทนใดๆ  เป็นน้ำใจบริสุทธิ์  ที่เราหาได้ยากในสังคม  เมืองปัจจุบัน

 
 
ลักษณะการสร้างบ้านที่อยู่อาศัย

            ชาวบ้านบางขันหมากกลุ่มใหญ่ที่ยังยึดถือคำสั่งสอนของบรรพบุรุษเต็มที่  มักจะสร้างบ้านรวมกลุ่มกันในที่ดินแปลงเดิมของพ่อแม่  ประกอบด้วยบ้านพี่บ้านน้องโดยมีบ้านหลังเดิมของพ่อแม่อยู่กลาง  บ้านพี่และบ้านน้องคนรองๆ  ก็จะล้อมบ้านพ่อแม่เมื่อสิ้นบุญพ่อแม่แล้ว  บ้านหลังที่พ่อแม่เคยอยู่ก็จะเป็นสมบัติของลูกคนสุดท้องในแต่ละครอบครัวจากที่ดินเดิม  ซึ่งไม่มากหลังนัก  บัดนี้วงศ์วานว่านเครือขยายออกมากบ้าน จึงมีมากจนติดกันอย่างแออัดยัดเหยียดไม่มีการวางผัง  ส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนไทยโบราณเสาเป็นไม้มะค่า  ไม้เต็ง  ไม้แดง  ส่วนล่างของพื้นดินเป็นพื้นบ้านสูง  เพราะฤดูน้ำหลากระดับน้ำจะขึ้นสูงการมีพื้นบ้านสูงเท่ากับป้องกันงูเห่าลอยน้ำ  เลื้อยขึ้นบ้านประการหนึ่ง  และป้องกันระดับน้ำถึงพื้นบ้านอีกประการหนึ่ง  หลังคาบ้านบางหลังมุงสังกะสี  เช่นเดียวกับบ้านคนไทยในชนบททั่วไป

 
 
การอุปสมบทและการแต่งงาน

            คนไทยเชื้อสายมอญนับถือพุทธศาสนา  ฝ่ายธรรมยุติผู้ชายที่มีอายุครบ  ๒๐  ปีบริบูรณ์ จะอุปสมบทเพื่อทดแทนพระคุณบิดา  มารดา  วัดที่ชาวไทยเชื้อสายมอญอุปสมบทได้แก่  วัดกลาง   วัดทุ่ง  วัดโพธิ์ระหัต  และวัดอัมพวัน  ภิกษุในวัดมอญจะสวดมนต์ทำวัดได้ทั้งภาษามอญและภาษาไทย

 

            การแต่งงาน  คนไทยเชื้อสายมอญไม่นิยมเป็นโสดจนอายุมาก  แต่ก็ยังมีคนไทยเชื้อสายมอญหลายคนที่ครองโสดจนเกินวัยแต่งงาน  การแต่งงานส่วนใหญ่จะแต่งเมื่อหญิงมีอายุระหว่าง ๑๗ - ๒๐  ปี  เป็นการแต่งงานในหมู่คนไทยมอญด้วยกัน

 

 

 
ยุวชนไทยรามัญวัดอัมพวัน  ตำบลบางขันหมาก  อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี