ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ยุวชนไทยรามัญวัดอัมพวันลพบุรี
 

 

 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มอญบางขันหมาก

ภาษามอญนั้น  มีข้อแตกต่างกับมอญท้องถิ่นอื่นๆ หลายประการ ได้แก่
 
๑. ภาษาท้องที่ตำบลบางขันหมาก  มีความเป็นปึกแผ่นหนาแน่นด้วยคนมอญสภาพแวดล้อมภายนอกล้อมรอบด้วยทุ่งนายากที่ภาษาไทยจะเข้าไปปะปนได้   ชาวมอญตำบลบางขันหมากมีความเป็นมอญอย่างสมบูรณ์   เคร่งครัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีและภาษายากที่จะเปลี่ยนแปลงได้    เด็กเล็กๆ  ก่อนเข้าเรียนจะพูดมอญโดย ตลอดจะเริ่มพูดไทยเพื่อได้เข้าเรียนหนังสือไทย
 
๒.จากการตรวจสอบเบื้องต้นได้พบว่า     ภาษามอญตำบลบางขันหมากมีลักษณะแตกต่างจากมอญทั่วๆ  ไป  หลายประการ  ทั้งระบบเสียงและระบบไวยกรณ์  
 
๓. เนื่องจากภาษามอญ  เป็นภาษาตระกูลออสโตรเอเซียติค  มีลักษณะเด่นที่ลักษณะน้ำเสียงซึ่งมีอยู่ในเสียงต่างๆ  นับเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ภาษามอญเป็นที่สนใจแก่นักภาษาศาสตร์  ทั้งท้าทายให้ศึกษาวิเคราะห์  มีผู้ศึกษา ภาษาญาฮ์คุร  ซึ่งเป็นภาษา ตระกูลเดียวกับมอญ  พบว่าบางแห่งไม่มีลักษณะน้ำเสียง จึงสมควรได้ตรวจสอบเรื่องนี้ในตำบลบางขันหมาก
 
๔.นักภาษาศาสตร์ชาวต่างประเทศ     ซึ่งมาช่วยเหลือในโครงการวิจัยภาษาถิ่นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เคยไปเก็บข้อมูลมาแล้ว  ให้ความเห็นว่าตำบลบางขันหมากเป็นท้องถิ่นที่ควรศึกษามากเนื่องด้วยสภาพชุมชนเป็นอิสระจากหมู่บ้านไทย   แม้ว่าจะพูดภาษาไทยเป็นภาษาที่lสองแต่พวกเขาจะพูดเฉพาะกับคนไทยในบางคนในบางโอกาส    นอกจากนี้แล้วจะเป็นเรื่องของมอญทั้งสิ้นไม่เฉพาะแต่ภาษาเท่านั้น     แม้แต่ขนบธรรมเนียมประเพณีอื่น  ๆ    ก็เป็นอิสระเป็นแบบฉบับของมอญแท้ดั้งเดิม
 
ลักษณะน้ำเสียง
  ลักษณะของน้ำเสียงของภาษาคือจะมีความก้องกังวาลเป็นพิเศษของน้ำเสียงในขณะที่เปล่งเสียงออกมา ภาษาที่มีลักษณะน้ำเสียงเราจะเรียกลักษณะนั้นว่า   ภาษาน้ำเสียงหมายถึง เสียงในภาษานั้นจะมีความก้องกังวาลมากกว่าเสียงปกติ   อยู่จำนวนหนึ่งกลายเป็นหน่วยเสียงที่เพิ่มขึ้นจากหน่วยเสียงปกติในการศึกษาภาษาที่มีลักษณะน้ำเสียงจึงต้องแบ่งเสียงใน ภาษาออกเป็น 2 ประเภท คือ เสียงที่ปกติมีการเปล่งเสียงเหมือนเสียงทั่วๆ ไปกับเสียงที่มีการเปล่งเสียงก้องกว่าเสียงทั่วไป
 
ภาษามอญตำบลบางขันหมากไม่มีเสียงวรรณยุกต์
  เนื่องจากความสูงต่ำของเสียงไม่เป็นตัวการที่ทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนแปลงแต่ประการใด  ธรรมชาติของคนมอญ ไม่นิยมพูดเสียงระดับกลาง  ลักษณะพิเศษของภาษามอญอีกประการหนึ่งคือ  เสียงในแต่ละพยางค์จะไม่สม่ำเสมอกัน  มีลักษณะการเน้นหรือลงน้ำหนักไม่เท่ากันเป็นลักษณะของการสับหลีก คำซึ่งเป็นพยางค์เดี่ยวจะลงน้ำหนักทุกคำ  คำซึ่งมีพยางค์รอง พยางค์หลัก  พยางค์รองจะไม่ลงน้ำหนักเสียงพยางค์หลักจะเป็นพยางค์ที่ลงน้ำหนักเสมอเป็นต้น โครงสร้างพยางค์ ในภาษามอญตำบลบางขันหมาก  มีพยางค์โดดและ พยางค์รอง  พยางค์หลักเป็นโครงสร้างใหญ่ ลักษณะการประกอบเสียงเป็นพยางค์ก็มีพยางค์ปิด พยางค์เปิดเหมือนภาษาอื่น ๆ คำ มี  9 หมวดใหญ่ คือ 
- นาม - สรรพนาม - ลักษณะนาม
- กริยา - บุพบท - สังขยา
- กริยาช่วย - สันธาน - วิเศษณ์
 
  ในหมวดใหญ่บางหมวดจะแบ่งหมวดย่อยได้  การทำหน้าที่ในประโยค  จะทำหน้าที่แตกต่างไปตามชนิดของคำคือ  นาม สรรพนาม กริยาทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของประโยคคือประธาน  กริยา  กรรม  ส่วนอื่นๆ  ทำหน้าที่รอง  เป็นหน้าที่สนับสนุนโครงสร้างหลัก
 
วลี  ในภาษามอญตำบลบางขันหมากมี  ๖  ชนิด  คือ 
 
       วลี แต่ละชนิดจะทำหน้าที่เหมือนกับหมวดคำ  หากแต่วลีมีจำนวนน้อยกว่าหมวดคำ   เพราะบางหมวดคำ  เช่น คำสันธาน เป็นคำเพียงคำเดียวไม่จำกัดวลี
- นามวลี - สรรพนามวลี - กริยาวลี
- วิเศษณ์วลี - บุพบทวลี - ประมาณวลี
 
       ประโยค  การศึกษาประโยคได้ยึดหลักเกณฑ์ของโครงสร้างซึ่งอาศัยคำทำหน้าที่ในโครงสร้างนั้นๆ  จึงพบว่าประโยค ในภาษามอญ มีโครงสร้างใหญ่อยู่  2 ชนิด คือ
                     - ประโยคซ้อน
                     - ประโยคเดียว
 
       เมื่อแบ่งเป็นโครงสร้างย่อยจะได้  ประโยคซึ่งคำในโครงสร้างทำหน้าที่แตกต่างกัน  รวม 6 ชนิด ดังนี้คือ
 
              1. ประโยคสกรรมกริยา
              2. ประโยคอกรรมกริยา
              3. ประโยคอุปกริยา
              4. ประโยคกริยา
              5. ประโยคกรรม
              6. ประโยคกริยาทวิกรรม
 
       ส่วนประโยคซับซ้อนซึ่งมีโครงสร้างของ ประธาน กริยา และกรรม ตั้งแต่2  ส่วนขึ้นไป  จำแนกเป็นประโยคย่อยได้ 3 ชนิด   คือ   ประโยคเปรียบเทียบ ใช้คำวิเศษณ์เป็นคำรวมประโยค ประโยคเกี่ยวพัน ใช้คำประพันธสรรพนามรวมประโยค และประโยคเชื่อมใช้คำสันธานรวมประโยค
 
       มีข้อสังเกตเกี่ยวกับภาษามอญอีก คือ
       1. ภาษามอญตำบลบางขันหมากมีลักษณะเด่นที่น้ำเสียง     ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้หน่วยเสียงมาก  การมีหน่วยเสียงมากทำให้ มีคำใช้ในภาษาได้เพียงพอ                               
       2. ภาษามอญไม่มีเสียงวรรณยุกต์  แต่ก็มีคำใช้มากพอ  เพราะทดแทนเสียงวรรณยุกต์ โดยลักษณะน้ำเสียง  จึงทำให้ใช้คำมาก
       3. แม้ว่าภาษามอญจะต่างตระกูลจากภาษาไทยแต่ก็มีส่วนคล้ายคลึงกันในเรื่องการเรียงคำเข้าในประโยค   คำต่อคำทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเป็นภาษาตระกูลคำโดดเหมือนกัน  โครงสร้างใหญ่ของประโยคจึงเป็นแบบ  ประธาน  กริยา  กรรม
 
       การศึกษาภาษามอญบางขันหมากนี้  ได้ศึกษาวิเคราะห์ภาษาทั้งระบบ  เสียงและระบบไวยากรณ์  มิได้มุ่งศึกษาส่วนหนึ่งส่วนใด ให้ลึกซึ้งลงไป ดังนั้นสิ่งที่ผู้สนใจอื่นๆ  ซึ่งสนใจภาษานี้  จะศึกษาให้ลึกไปเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียวนั้น  ควรจะศึกษาดังนี้
 
       1.ลักษณะน้ำเสียงซึ่งเป็นลักษณะเด่นพิเศษของภาษาตระกูลออสโตรเอเซียติค
       2.เปรียบเทียบภาษามอญบางขันหมากกับมอญถิ่นอื่นในทำนองเดียวกับที่มีผู้อื่นเปรียบเทียบภาษากุย  สุพรรณบุรี กับภาษากุย  สุรินทร์
       3.จากการฟังเสียงและได้ทราบการเลือกใช้คำของผู้บอกภาษาซึ่งต่างอายุกันมีลักษณะที่เห็นชัดว่ามีความแตกต่างกันหลายประการ         ดังนั้นภาษามอญนี้จึงนับว่าเป็นสิ่งที่น่าศึกษานอกจากนี้ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่น่าศึกษานอกจากภาษาอีกเช่น  ประเพณี  วรรณกรรมพื้นบ้าน  ฯลฯ
 
 
 
 

เมียะเรียะโหม่ว์เจ้ตเหอะเทาะห์ซะมาว 

เมียะนิห์เจ้ตเหอะเทาะห์เกี้ยะกาว

ของหอมแท้ไม่ทิ้งกลิ่น

  คนจริงไม่ทิ้งชาติตระกูล
 

 
ยุวชนไทยรามัญวัดอัมพวัน  ตำบลบางขันหมาก  อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
 
free web counter
free hit counter