|
|
|
ขนบธรรมเนียมเกี่ยวกับพิธีกรรม |
|
คำว่าผีโรง หมายถึง
วิญญาณของผู้ก่อตั้งวงศ์ตระกูลนั้น ๆ
กล่าวคือ บรรพบุรุษของตระกูลนั้นเอง
ซึ่งจะเชิญดวงวิญญาณของต้นตระกูลบรรพบุรุษมาเข้าร่างทรงของผู้ที่ถูกคัดเลือกให้รับตำแหน่งคนทรงผีโรง
ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้รับตำแหน่งหน้าที่
คนทรงผีโรงได้นั้นอาจจะเป็นหญิงหรือชายก็ได้สุดแท้แต่ผู้ที่สืบทอดตำแหน่งผู้ทำพิธีผีโรงจะเป็นผู้คัดเลือกโดยดูจากคุณสมบัติพิเศษคือผู้มีกลิ่นผมหอม
แต่ถ้าบุคคลในตระกูลเดียวกันไม่มีผู้เหมาะสมในการสืบทอดไม่ได้รับการคัดเลือกอาจจะคัดเลือดจากบุคคล
ที่อยู่นอกตระกูลได้
โดยมีการรับมอบการสืบทอดจากสิ่งของ
ต่าง ๆ ดังนี้ แหวนพลอยแดง อาวุธ
อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบพิธี
แต่ถ้าในกรณีไม่สามารถสรรหาผู้รับตำแหน่งในการสืบทอด
ผู้ประกอบพิธีได้คนในตระกูลก็จะนำแหวนพลอยแดงอาวุธประจำตระกูลอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบพิธีใส่ถาดหรือภาชนะแล้วนำไปลอยแพในแม่น้ำ
เป็นการตัดขาดจากการประกอบพิธีกรรมผีโรงของตระกูลและเชื่อถือกันว่าถ้ามีผู้เก็บได้แล้วนำข้าวของเครื่องใช้ไปใช้ประโยชน์ต่อผู้นั้นและบุคคลในตระกูลนั้นถึงแม้จะไม่มีเชื้อสายชาวมอญ
หรือไม่เคยตั้งพิธีกรรมรำผีโรงมาก่อนก็มีเหตุให้ต้องรับสืบทอดพิธีกรรมรำผีโรงสืบต่อไป |
|
|
|
|
|
ขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมรำผีโรง |
|
พิธีกรรมรำผีโรงหรือจะถือว่าเป็นประเพณีก็ได้
ผีโรงเป็นผีประจำตระกูลซึ่งจะอยู่ที่บ้านของผู้นำตระกูลตระกูลหนึ่งจะมีผีโรงตนหนึ่ง
การรำผีโรงจะทำทุก
๔ ปี
ถือเป็นการรวมญาติพี่น้อง
ลูกหลานสะใภ้ให้มารู้จักกันจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันต่อไปในอนาคต
ก่อนจะทำพิธีรำผีโรงจะต้องตระเตรียมไม้ไผ่มาสร้างโรงเลี้ยงผีกลางลานบ้าน
ใช้แฝกมุงหลังคา ๑๐๓ ตับ
ใช้เฝือกทำเป็นชั้นสำหรับวางสิ่งของเพื่อสังเวยแสดงความเคารพต่อผีโรง
เตรียมทำอาหารคาวหวานที่จะใช้เป็นเครื่องสังเวยให้เสร็จอาทิ
ขนนต้มแดง ขนมต้มขาว มะพร้าวผ่าซีก
กล้วย ไก่ต้ม
อาหารที่จัดไว้อาจมีตั้งแต่ ๑๒ - ๕๐
จาน
ที่สำคัญต้องจัดเตรียมของใช้สำหรับผีโรงให้เรียบร้อย
ซึ่งประกอบด้วย เสื้อผ้า ผ้าขาวม้า
มีดดาบ
ถ้าสิ่งของเหล่านี้ชำรุดให้ซ่อมแซมให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนวันงาน |
|
|
|
วันทำพิธีจะเริ่มตั้งแต่เช้า
สมาชิกในตระกูลจะช่วยกันประกอบอาหาร
เช่น ยำเต่า หรือยำไก่
สมาชิกที่มาร่วมในพิธีจะนำของมาไหว้ผีโรงด้วย
โดยนำมาใส่ถาดหรือกะละมังที่เจ้าภาพจัดเตรียมไว้
ช่วงเช้านี้วงปี่พาทย์จะตระเตรียมเข้าประจำที่
สายๆ จะเริ่มรำถวายผีโรง
โดยผู้มาร่วมพิธีจุดธูปบูชาบรรพบุรุษแล้วร่วมกันร่ายรำถวายผีโรงตลอดทั้งวัน
สลับกับการละเล่น อาทิทอยสะบ้า
เล่นลูกช่วง ชนไก่
สุดท้ายจะทำพิธีปัดรังควานเป็นอันเสร็จพิธี
ก่อนที่ญาติๆ
จะเดินทางกลับเจ้าภาพจะแจกจ่ายอาหารที่ใช้ในพิธีไหว้ให้นำกลับไป
เพราะเชื่อถือกันว่าผู้ใดได้กินสิ่งของในพิธีไหว้ผีโรงจะอยู่เย็นเป็นสุข
หายป่วยหายไข้ |
|
|
|
|
|
ท่าร่ายรำประกอบพิธีกรรม ๔ ท่า
ดังนี้ |
|
|
|
๑.
อะ
โง่ อา จา
(พิธีไหว้ครู) |
|
ผู้ที่รับหน้าที่เป็นร่างทรงของวิญญาณต้นตระกูลที่เรียกว่า
“ผีใหญ่”
จะเป็นผู้ทำพิธีไหว้ครู
ผู้ร่วมพิธีจะนั่งรวมกันในโรงพิธี
แต่งกายตามแบบชาวมอญทั้งชายและหญิงนั่งเรียงตามลำดับ
ผู้เป็นเจ้าบ้านจะเป็นผู้ถือพานดอกไม้ธูปเทียนให้แก่ผู้ทำพิธีและผู้ใหญ่ที่ร่วมพิธีโดยขอขมาหรือขอพรจากผู้ทำพิธีและผู้ร่วมพิธีจุดธูปเทียน
บอกล่าวถึงดวงวิญญาณ ครู –
อาจารย์ และนำอาวุธ
อุปกรณ์ต่างๆที่เป็นสมบัติของตระกูลมาบูชาในพิธีด้วย
เช่น อาวุธมีด ใบหล้า
ซึ่งถือว่าเป็นใบไม้มงคลเมื่อไหว้ครบแล้วผู้ทำพิธี
และผู้ใหญ่จะร่วมกันร่ายรำ
ประกอบดนตรีที่มีทำนอง เพลงมอญ
ซึ่งการร่ายรำ
ก็จะเป็นท่าสวยงามตามธรรมชาติ
และตามความถนัดของแต่ละบุคคลไม่มีท่ารำที่เป็นแบบแผน
โดยการร่ายรำนั้น จะมีการนำอาวุธ
อุปกรณ์ประกอบของต้นตระกูลที่อยู่ในโรงพิธีมาประกอบการ
ร่ายรำด้วย
โดยผู้ทำพิธีจะเป็นผู้ร่ายรำก่อนแล้วนำส่งต่อไปทีละคนจนครบ |
|
|
|
๒. ย๊ะ เมิน โหน๊ก กะ โหล๊ก ฮ้อย
(เชิญผีบ้าน) |
|
เมื่อพิธีไหว้ครูเสร็จสิ้น
เจ้าบ้านจะจุดธูปเชิญดวงวิญญาณของผีบ้านหรือผีต้นตระกูลมาประทับร่างทรงเพื่อดำเนินการตามพิธีกรรม
ต่อไป
ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นร่างทรงของผีต้นตระกูลหรือผีโรงหรือผีใหญ่นั้น
เมื่อมีการประทับร่างผู้ที่เป็นญาติในพิธีจะสังเกตเห็นจากกิริยาที่แปลกออกไป
ก็จะเข้ามาบอกกล่าวเชิญทำพิธีกรรมต่อ
มีการแต่งตัวผู้เป็นร่างทรงผีโรงใหญ่ด้วย
เสื้อผ้าชุดเฉพาะที่ใช้สำหรับผีโรงเท่านั้น
มีการทาแป้งหอม จากนั้น
ผู้เป็นร่างทรงจะร่ายรำตามจังหวะและทำนองเพลงและร้องเพลงประกอบด้วย
ภาษามอญ
ซึ่งบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของตระกูลว่ามีความเป็นมาอย่างไรบ้างโดยมีคัมภีร์เขียนเป็นภาษามอญบอกเล่าเรื่องราวไว้ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องความเป็นมาของตระกูลให้ลูกหลายและผู้ร่วมพิธีที่ไม่ใช่คนในตระกูลได้รับทราบกัน
ซึ่งผู้ที่มาร่วมพิธีเป็นบุคคลภายนอกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในโรงพิธี |
| |
|
๓. อา โกลม ตอม กะ โหล๊ก เดน
นาน ตาง (จุดเทียนชัย) |
|
ผู้เป็นร่างทรงผีโรงจะนั่งกลางโรงพิธี
นำหม้อดินที่มีปลายหญ้าคาพันสำลีมาและให้ลูกหลานในตระกูลเดียวกันได้จุดโดยเฉพาะผู้ชาย
ซึ่งร่างทรงจะนำปลายหญ้าคาพันสำลีไปชุบด้วยน้ำมันมะพร้าว
และให้ลูกหลานจุดไฟนำไปปักไว้ในหม้อดิน
ถือกันว่าถ้าสำลีติดไฟลุกโชนถือว่าจะดีเป็นมงคล
ถ้าไฟไม่ติดหรือไม่สุกสว่างก็จะมีเหตุไม่ดีเมื่อเสร็จพิธีแล้วข้าวที่ใส่ในหม้อดินจะนำไปหุงใส่บาตรในอันถัดไป
จากนั้นร่างทรงผีโรงจะนำเทียนชัยมาร่ายคาถา
เพื่อทำน้ำมนต์โดยร่างทรงยังคงร่ายรำประกอบกิจกรรมต่างๆจากนั้นส่งต่อให้ลูกหลาน
ได้ดื่มครบถ้วนหน้า เพื่อความเป็นมงคล
แล้วมีการผูกด้ายสายสิญจน์ผูกข้อมือให้กับลูกหลานที่ร่วมงานทุกคน
พร้อมทั้งอวยพรให้
|
| |
|
๔. โก๊กก ฮะ เออะ หล่าน ฮะ กะ
(ลูกสะใภ้เชิญวิญญาณ) |
|
ลูกสะใภ้จะเป็นผู้เชิญวิญญาณของคนในตระกูลที่ล่วงลับไปแล้วให้มาร่วมพิธีโดยใช้ผ้าที่เตรียมไว้
อาจเป็นผ้าขาวม้าก็ได้นำไปผูกกับเสาบ้านร่างทรงผีโรงจะนำพานข้าวตอกไปที่เสาผูกและทำพิธีเชิญวิญญาณ
ลูกสะใภ้จะเป็นผู้โยนผ้าที่ผูกอยู่ไปมาจนกระทั่งเชิญวิญญาณเข้าร่างได้สำเร็จก็จะมีอาการที่แตกต่างจากปกติซึ่งในการสาธิตได้เชิญวิญญาณของเมียหลวง
เมียน้อยมาเข้าร่างทรง
จากนั้นร่างทรงเมียหลวง
เมียน้อยจะร่ายรำโดยนำอาวุธมีด คันหลาว
และอุปกรณ์ต่างๆ มาร่ายรำประกอบจนครบถ้วน |
| |
| |
| |
|
ท่าการละเล่นในพิธีกรรมการรำผีโรง มี ๘
ท่า ดังนี้ |
| |
|
๑. ทอย ฮะ เน๊ะ
(การทอยสะบ้า) |
|
ร่างทรงผีโรงจะจัดให้มีการทอยสะบ้า
โดยแข่งขันกันระหว่างร่างทรงเมียหลวง
และเมียน้อยโดยแบ่งให้เมียหลวงและเมียน้อยมีโอกาสทอยสะบ้าที่สมมุติขึ้นจากหยวกกล้วย
นำมาพันกับผ้าเพื่อใช้โยนทอยสะบ้า
โดยการร่ายรำประกอบการทอยสะบ้าอย่างสนุกสนาน |
| |
|
๒. บ๊อก กะ รัว (การทอยลูกข่าง) |
|
เป็นการแข่งขันระหว่างร่างทรงเมียหลวงและเมียน้อยโดยสมมุติให้หยวกกล้วยที่ตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายลูกข่างมาพันด้วยผ้าสีแดง
แล้วโยนแข่งวัดระยะความไกลให้ถึงหลักชัยหรือใกล้ที่สุดจะชนะโดยผู้โยนจะร่ายรำประกอบการทอยลูกข่างไปรอบๆโรงพิธีก่อนโยนลูกข่าง |
| |
|
๓. ฮะ เจ่อ จาน (การชนไก่) |
|
จะเป็นการแข่งขันอีกอย่างหนึ่งที่ร่างทรงผีโรงให้มีการแข่งขันโดยนำผ้ามาผูกปมที่ชายผ้าข้างหนึ่งไว้ซึ่งทั้งร่างทรงเมียน้อย
เมียหลวงจะถือไว้คนละ ๑ ผืน
แล้วร่ายรำไปรอบๆโรงพิธี
มีการเชียร์และให้น้ำไก่ระหว่างการแข่งขัน
โดยร่างทรงผีโรง
เมื่อการแข่งขันมีปัญหาเกิดขึ้น
ร่างทรงผีโรงจะคอยห้ามและเข้ามาปลอบให้ทั้ง๒
ฝ่าย
รักใคร่ปรองดองกันจากนั้นวิญญาณของ
เมียหลวงและเมียน้อยก็จะออกจากร่างทรง |
| |
|
๔. ฮะ เจิ่ม ซะ เปี่ย (การชนมะพร้าว) |
|
เมื่อวิญญาณออกจากร่างทรงแล้ว
ผู้เป็นร่างทรงจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่
แล้วร่ายรำอย่างสวยงาม
และเริ่มการชนมะพร้าวหรือ โยนมะพร้าว
ซึ่งเปรียบเสมือนการเสี่ยงทายว่า
เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะดีหรือร้าย
โดยดูจากการโยนมะพร้าวว่า
เมื่อได้โยนมะพร้าวลงกับพื้นแล้วแตกหรือไม่
ถ้าแตกในครั้งเดียวถือว่า
การดำเนินชีวิตหรือกิจการต่างๆ
จะราบรื่น
แต่ถ้ามะพร้าวไม่แตกจะโยนใหม่ให้แตกภายใน ๓ ครั้ง
โดยผู้ที่เป็นร่างทรงของผีโรงเป็นผู้โยน
ทุ่มมะพร้าว
ซึ่งในขณะที่ประกอบพิธีนั้น
หญิงที่ร่ายรำประกอบเพลงก็ยังคงร่ายรำอยู่ด้วย |
| |
|
๕. โป๊ะ โน๊ะ (ยิงธนู) |
|
เป็นพิธีกรมที่เตรียมอาวุธ คือ
ธนูเพื่อชวนกันออกไปเที่ยวป่า ล่าสัตว์
ซึ่งก็จะมีการร่ายรำประกอบกิริยาแต่งตัวให้รัดกุมและกิริยาของการเดินทาง
จากนั้นผู้ประกอบพิธีจะเป็นผู้ ยิงธนู
โดยร่ายรำและร้องเพลงประกอบพิธีกรรม
เป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ
แล้ววิ่งถือธนูทำท่ายิงไปรอบๆ
และยิงธนูผู้อยู่ในพิธีจะส่งเสียงดีใจ |
| |
|
๖. เกี่ยง ป๊าด (หาบกล้วย) |
|
หญิงผู้เป็นลูกหลานในตระกูลจะหาบกล้วยที่เตรียมไว้ออกมาหาบคอนพร้อมการร่ายรำ
เปรียบเหมือนนำผลไม้
ที่อุดมสมบูรณ์มาเลี้ยงสัตว์ที่ล่าได้ คือ
ช้าง |
| |
|
๗. ฮะ เจี่ย เจิน (เลี้ยงช้าง) |
|
ผู้ชายในตระกูลจะมาสมมุติบทบาทของตนเป็นช้างโดยมีผ้าข้าวม้าพันแต่งงวงช้าง
โดยคลานไปรอบๆโรงพิธีพร้อมกับผู้ประกอบพิธีและหญิงผู้เป็นภรรยาร่างทรงผีโรงจะมีบังคับช้าง
และใช้ผ้าขาวผูกช้างแทนเชือกเพื่อดึงบังคับช้าง
เมียหลวงจะหาบกล้วย
เมียน้อยจะปอกกล้วยป้อนช้างซึ่งเชื่อว่าช้างเป็นสัตว์ใหญ่
เมื่อได้มาไว้เป็นสมบัติในตระกูลต้องดูแลให้ดีจะทำให้คนในตระกูลมีความยิ่งใหญ่
เจริญในหน้าที่ได้เป็นคุณท้าวเจ้าพระยา |
| |
|
๘. อะ ลอง พอง (เลิกพิธี/ ค้ำเรือ) |
|
เมื่อขั้นตอนเข้าป่าล่าสัตว์ได้ช้างกับมาบ้านแล้วทุกคนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยพร้อมทั้งมีลาภใหญ่คือช้างกลับมาด้วยถือว่า
จะนำความสุข
ลาภยศที่ยิ่งใหญ่มาสู่วงศ์ตระกูล
จากนั้นมีการนำอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธี
รวมทั้งสิ่งของที่นำมาเสริมสิริมงคล
เครื่องเซ่นสังเวย ขนมต่างๆ
ที่นำมาใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่ผูกติดกับเสาของโรงพิธีทุกเสา
จะถูกนำมาวางรวมกันในถาดหรือภาชนะอื่นๆ
ยกเว้น อาวุธ เช่น มีดประจำตระกูล
เสื้อผ้าสำหรับร่างทรงของผีโรง
แหวนพลอยแดง
ซึ่งเป็นสิ่งของมรดกตกทอดประจำตระกูลเมื่อเสร็จพิธีแล้ว
จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในห้องสำหรับบรรพบุรุษ
ซึ่งสิ่งของที่นำมาวางบนแพนั้นจะถูกทุกคนในตระกูลร่วมทั้งช้างช่วยกัน
พาย , งัด , ดัน แพสิ่งของให้ออกไป
ลอยน้ำไปไกลๆ เป็นการลอยความทุกข์ โศก
โรคภัย อันตรายต่างๆ
ให้หมดสิ้นไปจากวงศ์ตระกูลถึงแม้จะไม่มีเชื่อสายชาวมอญ
หรือไม่เคยตั้งพิธีกรรม
รำผีโรงมาก่อนก็มีเหตุให้ต้องรับสืบทอดพิธีกรรม
รำผีโรง สืบต่อไป |
| |
| |
| |
|
รำผีโรง
มอญบางขันหมาก หน้า ๒
>> |