ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ยุวชนไทยรามัญวัดอัมพวันลพบุรี
 
 

 

 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รำผีมอญ บางขันหมาก

 

ขนบธรรมเนียมเกี่ยวกับพิธีกรรม

            คำว่าผีโรง  หมายถึง  วิญญาณของผู้ก่อตั้งวงศ์ตระกูลนั้น ๆ กล่าวคือ  บรรพบุรุษของตระกูลนั้นเอง  ซึ่งจะเชิญดวงวิญญาณของต้นตระกูลบรรพบุรุษมาเข้าร่างทรงของผู้ที่ถูกคัดเลือกให้รับตำแหน่งคนทรงผีโรง  ผู้ที่ถูกคัดเลือกให้รับตำแหน่งหน้าที่  คนทรงผีโรงได้นั้นอาจจะเป็นหญิงหรือชายก็ได้สุดแท้แต่ผู้ที่สืบทอดตำแหน่งผู้ทำพิธีผีโรงจะเป็นผู้คัดเลือกโดยดูจากคุณสมบัติพิเศษคือผู้มีกลิ่นผมหอม  แต่ถ้าบุคคลในตระกูลเดียวกันไม่มีผู้เหมาะสมในการสืบทอดไม่ได้รับการคัดเลือกอาจจะคัดเลือดจากบุคคล  ที่อยู่นอกตระกูลได้ โดยมีการรับมอบการสืบทอดจากสิ่งของ    ต่าง ๆ ดังนี้    แหวนพลอยแดง  อาวุธ  อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบพิธี  แต่ถ้าในกรณีไม่สามารถสรรหาผู้รับตำแหน่งในการสืบทอด  ผู้ประกอบพิธีได้คนในตระกูลก็จะนำแหวนพลอยแดงอาวุธประจำตระกูลอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบพิธีใส่ถาดหรือภาชนะแล้วนำไปลอยแพในแม่น้ำ  เป็นการตัดขาดจากการประกอบพิธีกรรมผีโรงของตระกูลและเชื่อถือกันว่าถ้ามีผู้เก็บได้แล้วนำข้าวของเครื่องใช้ไปใช้ประโยชน์ต่อผู้นั้นและบุคคลในตระกูลนั้นถึงแม้จะไม่มีเชื้อสายชาวมอญ  หรือไม่เคยตั้งพิธีกรรมรำผีโรงมาก่อนก็มีเหตุให้ต้องรับสืบทอดพิธีกรรมรำผีโรงสืบต่อไป

 
 
ขั้นตอนในการประกอบพิธีกรรมรำผีโรง
            พิธีกรรมรำผีโรงหรือจะถือว่าเป็นประเพณีก็ได้  ผีโรงเป็นผีประจำตระกูลซึ่งจะอยู่ที่บ้านของผู้นำตระกูลตระกูลหนึ่งจะมีผีโรงตนหนึ่ง  การรำผีโรงจะทำทุก ๔ ปี ถือเป็นการรวมญาติพี่น้อง ลูกหลานสะใภ้ให้มารู้จักกันจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันต่อไปในอนาคต ก่อนจะทำพิธีรำผีโรงจะต้องตระเตรียมไม้ไผ่มาสร้างโรงเลี้ยงผีกลางลานบ้าน  ใช้แฝกมุงหลังคา  ๑๐๓ ตับ   ใช้เฝือกทำเป็นชั้นสำหรับวางสิ่งของเพื่อสังเวยแสดงความเคารพต่อผีโรง  เตรียมทำอาหารคาวหวานที่จะใช้เป็นเครื่องสังเวยให้เสร็จอาทิ  ขนนต้มแดง  ขนมต้มขาว มะพร้าวผ่าซีก  กล้วย  ไก่ต้ม  อาหารที่จัดไว้อาจมีตั้งแต่ ๑๒ - ๕๐  จาน  ที่สำคัญต้องจัดเตรียมของใช้สำหรับผีโรงให้เรียบร้อย  ซึ่งประกอบด้วย  เสื้อผ้า ผ้าขาวม้า มีดดาบ  ถ้าสิ่งของเหล่านี้ชำรุดให้ซ่อมแซมให้เสร็จสมบูรณ์ก่อนวันงาน
 

            วันทำพิธีจะเริ่มตั้งแต่เช้า  สมาชิกในตระกูลจะช่วยกันประกอบอาหาร  เช่น  ยำเต่า หรือยำไก่  สมาชิกที่มาร่วมในพิธีจะนำของมาไหว้ผีโรงด้วย   โดยนำมาใส่ถาดหรือกะละมังที่เจ้าภาพจัดเตรียมไว้  ช่วงเช้านี้วงปี่พาทย์จะตระเตรียมเข้าประจำที่  สายๆ  จะเริ่มรำถวายผีโรง โดยผู้มาร่วมพิธีจุดธูปบูชาบรรพบุรุษแล้วร่วมกันร่ายรำถวายผีโรงตลอดทั้งวัน  สลับกับการละเล่น อาทิทอยสะบ้า  เล่นลูกช่วง ชนไก่  สุดท้ายจะทำพิธีปัดรังควานเป็นอันเสร็จพิธี  ก่อนที่ญาติๆ จะเดินทางกลับเจ้าภาพจะแจกจ่ายอาหารที่ใช้ในพิธีไหว้ให้นำกลับไป  เพราะเชื่อถือกันว่าผู้ใดได้กินสิ่งของในพิธีไหว้ผีโรงจะอยู่เย็นเป็นสุข หายป่วยหายไข้

 

 

ท่าร่ายรำประกอบพิธีกรรม ๔ ท่า   ดังนี้

 
๑. อะ โง่ อา จา  (พิธีไหว้ครู)

            ผู้ที่รับหน้าที่เป็นร่างทรงของวิญญาณต้นตระกูลที่เรียกว่า ผีใหญ่ จะเป็นผู้ทำพิธีไหว้ครู  ผู้ร่วมพิธีจะนั่งรวมกันในโรงพิธี แต่งกายตามแบบชาวมอญทั้งชายและหญิงนั่งเรียงตามลำดับ ผู้เป็นเจ้าบ้านจะเป็นผู้ถือพานดอกไม้ธูปเทียนให้แก่ผู้ทำพิธีและผู้ใหญ่ที่ร่วมพิธีโดยขอขมาหรือขอพรจากผู้ทำพิธีและผู้ร่วมพิธีจุดธูปเทียน บอกล่าวถึงดวงวิญญาณ ครู อาจารย์ และนำอาวุธ อุปกรณ์ต่างๆที่เป็นสมบัติของตระกูลมาบูชาในพิธีด้วย เช่น อาวุธมีด ใบหล้า ซึ่งถือว่าเป็นใบไม้มงคลเมื่อไหว้ครบแล้วผู้ทำพิธี และผู้ใหญ่จะร่วมกันร่ายรำ ประกอบดนตรีที่มีทำนอง เพลงมอญ ซึ่งการร่ายรำ ก็จะเป็นท่าสวยงามตามธรรมชาติ และตามความถนัดของแต่ละบุคคลไม่มีท่ารำที่เป็นแบบแผน โดยการร่ายรำนั้น จะมีการนำอาวุธ อุปกรณ์ประกอบของต้นตระกูลที่อยู่ในโรงพิธีมาประกอบการ    ร่ายรำด้วย  โดยผู้ทำพิธีจะเป็นผู้ร่ายรำก่อนแล้วนำส่งต่อไปทีละคนจนครบ

 

๒. ย๊ะ เมิน โหน๊ก กะ โหล๊ก ฮ้อย  (เชิญผีบ้าน)

            เมื่อพิธีไหว้ครูเสร็จสิ้น  เจ้าบ้านจะจุดธูปเชิญดวงวิญญาณของผีบ้านหรือผีต้นตระกูลมาประทับร่างทรงเพื่อดำเนินการตามพิธีกรรม ต่อไป ผู้ที่ทำหน้าที่เป็นร่างทรงของผีต้นตระกูลหรือผีโรงหรือผีใหญ่นั้น       เมื่อมีการประทับร่างผู้ที่เป็นญาติในพิธีจะสังเกตเห็นจากกิริยาที่แปลกออกไป ก็จะเข้ามาบอกกล่าวเชิญทำพิธีกรรมต่อ มีการแต่งตัวผู้เป็นร่างทรงผีโรงใหญ่ด้วย เสื้อผ้าชุดเฉพาะที่ใช้สำหรับผีโรงเท่านั้น มีการทาแป้งหอม จากนั้น ผู้เป็นร่างทรงจะร่ายรำตามจังหวะและทำนองเพลงและร้องเพลงประกอบด้วย ภาษามอญ ซึ่งบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของตระกูลว่ามีความเป็นมาอย่างไรบ้างโดยมีคัมภีร์เขียนเป็นภาษามอญบอกเล่าเรื่องราวไว้ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องความเป็นมาของตระกูลให้ลูกหลายและผู้ร่วมพิธีที่ไม่ใช่คนในตระกูลได้รับทราบกัน ซึ่งผู้ที่มาร่วมพิธีเป็นบุคคลภายนอกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในโรงพิธี

 
๓. อา โกลม ตอม กะ โหล๊ก เดน  นาน  ตาง  (จุดเทียนชัย)
            ผู้เป็นร่างทรงผีโรงจะนั่งกลางโรงพิธี นำหม้อดินที่มีปลายหญ้าคาพันสำลีมาและให้ลูกหลานในตระกูลเดียวกันได้จุดโดยเฉพาะผู้ชาย ซึ่งร่างทรงจะนำปลายหญ้าคาพันสำลีไปชุบด้วยน้ำมันมะพร้าว    และให้ลูกหลานจุดไฟนำไปปักไว้ในหม้อดิน  ถือกันว่าถ้าสำลีติดไฟลุกโชนถือว่าจะดีเป็นมงคล ถ้าไฟไม่ติดหรือไม่สุกสว่างก็จะมีเหตุไม่ดีเมื่อเสร็จพิธีแล้วข้าวที่ใส่ในหม้อดินจะนำไปหุงใส่บาตรในอันถัดไป จากนั้นร่างทรงผีโรงจะนำเทียนชัยมาร่ายคาถา เพื่อทำน้ำมนต์โดยร่างทรงยังคงร่ายรำประกอบกิจกรรมต่างๆจากนั้นส่งต่อให้ลูกหลาน ได้ดื่มครบถ้วนหน้า เพื่อความเป็นมงคล แล้วมีการผูกด้ายสายสิญจน์ผูกข้อมือให้กับลูกหลานที่ร่วมงานทุกคน พร้อมทั้งอวยพรให้
 
๔. โก๊กก ฮะ เออะ หล่าน ฮะ กะ (ลูกสะใภ้เชิญวิญญาณ)

            ลูกสะใภ้จะเป็นผู้เชิญวิญญาณของคนในตระกูลที่ล่วงลับไปแล้วให้มาร่วมพิธีโดยใช้ผ้าที่เตรียมไว้  อาจเป็นผ้าขาวม้าก็ได้นำไปผูกกับเสาบ้านร่างทรงผีโรงจะนำพานข้าวตอกไปที่เสาผูกและทำพิธีเชิญวิญญาณ    ลูกสะใภ้จะเป็นผู้โยนผ้าที่ผูกอยู่ไปมาจนกระทั่งเชิญวิญญาณเข้าร่างได้สำเร็จก็จะมีอาการที่แตกต่างจากปกติซึ่งในการสาธิตได้เชิญวิญญาณของเมียหลวง เมียน้อยมาเข้าร่างทรง  จากนั้นร่างทรงเมียหลวง เมียน้อยจะร่ายรำโดยนำอาวุธมีด  คันหลาว และอุปกรณ์ต่างๆ  มาร่ายรำประกอบจนครบถ้วน

 
 
 

ท่าการละเล่นในพิธีกรรมการรำผีโรง  มี   ๘ ท่า  ดังนี้

 
๑. ทอย ฮะ เน๊ะ (การทอยสะบ้า)
ร่างทรงผีโรงจะจัดให้มีการทอยสะบ้า  โดยแข่งขันกันระหว่างร่างทรงเมียหลวง และเมียน้อยโดยแบ่งให้เมียหลวงและเมียน้อยมีโอกาสทอยสะบ้าที่สมมุติขึ้นจากหยวกกล้วย นำมาพันกับผ้าเพื่อใช้โยนทอยสะบ้า โดยการร่ายรำประกอบการทอยสะบ้าอย่างสนุกสนาน
 
๒. บ๊อก กะ รัว (การทอยลูกข่าง)
เป็นการแข่งขันระหว่างร่างทรงเมียหลวงและเมียน้อยโดยสมมุติให้หยวกกล้วยที่ตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายลูกข่างมาพันด้วยผ้าสีแดง แล้วโยนแข่งวัดระยะความไกลให้ถึงหลักชัยหรือใกล้ที่สุดจะชนะโดยผู้โยนจะร่ายรำประกอบการทอยลูกข่างไปรอบๆโรงพิธีก่อนโยนลูกข่าง
 
๓. ฮะ เจ่อ จาน (การชนไก่)
            จะเป็นการแข่งขันอีกอย่างหนึ่งที่ร่างทรงผีโรงให้มีการแข่งขันโดยนำผ้ามาผูกปมที่ชายผ้าข้างหนึ่งไว้ซึ่งทั้งร่างทรงเมียน้อย เมียหลวงจะถือไว้คนละ ๑ ผืน แล้วร่ายรำไปรอบๆโรงพิธี มีการเชียร์และให้น้ำไก่ระหว่างการแข่งขัน โดยร่างทรงผีโรง  เมื่อการแข่งขันมีปัญหาเกิดขึ้น      ร่างทรงผีโรงจะคอยห้ามและเข้ามาปลอบให้ทั้ง๒ ฝ่าย รักใคร่ปรองดองกันจากนั้นวิญญาณของ       เมียหลวงและเมียน้อยก็จะออกจากร่างทรง
 
๔. ฮะ เจิ่ม ซะ เปี่ย  (การชนมะพร้าว)
            เมื่อวิญญาณออกจากร่างทรงแล้ว ผู้เป็นร่างทรงจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่  แล้วร่ายรำอย่างสวยงาม   และเริ่มการชนมะพร้าวหรือ โยนมะพร้าว   ซึ่งเปรียบเสมือนการเสี่ยงทายว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะดีหรือร้าย   โดยดูจากการโยนมะพร้าวว่า  เมื่อได้โยนมะพร้าวลงกับพื้นแล้วแตกหรือไม่     ถ้าแตกในครั้งเดียวถือว่า  การดำเนินชีวิตหรือกิจการต่างๆ จะราบรื่น   แต่ถ้ามะพร้าวไม่แตกจะโยนใหม่ให้แตกภายใน ๓ ครั้ง   โดยผู้ที่เป็นร่างทรงของผีโรงเป็นผู้โยน   ทุ่มมะพร้าว   ซึ่งในขณะที่ประกอบพิธีนั้น   หญิงที่ร่ายรำประกอบเพลงก็ยังคงร่ายรำอยู่ด้วย
 
๕. โป๊ะ โน๊ะ (ยิงธนู)
            เป็นพิธีกรมที่เตรียมอาวุธ คือ ธนูเพื่อชวนกันออกไปเที่ยวป่า ล่าสัตว์  ซึ่งก็จะมีการร่ายรำประกอบกิริยาแต่งตัวให้รัดกุมและกิริยาของการเดินทาง   จากนั้นผู้ประกอบพิธีจะเป็นผู้   ยิงธนู  โดยร่ายรำและร้องเพลงประกอบพิธีกรรม เป็นการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ แล้ววิ่งถือธนูทำท่ายิงไปรอบๆ  และยิงธนูผู้อยู่ในพิธีจะส่งเสียงดีใจ
 
๖. เกี่ยง  ป๊าด  (หาบกล้วย)
            หญิงผู้เป็นลูกหลานในตระกูลจะหาบกล้วยที่เตรียมไว้ออกมาหาบคอนพร้อมการร่ายรำ  เปรียบเหมือนนำผลไม้ ที่อุดมสมบูรณ์มาเลี้ยงสัตว์ที่ล่าได้ คือ ช้าง
 
๗. ฮะ  เจี่ย  เจิน   (เลี้ยงช้าง)
            ผู้ชายในตระกูลจะมาสมมุติบทบาทของตนเป็นช้างโดยมีผ้าข้าวม้าพันแต่งงวงช้าง  โดยคลานไปรอบๆโรงพิธีพร้อมกับผู้ประกอบพิธีและหญิงผู้เป็นภรรยาร่างทรงผีโรงจะมีบังคับช้าง  และใช้ผ้าขาวผูกช้างแทนเชือกเพื่อดึงบังคับช้าง  เมียหลวงจะหาบกล้วย   เมียน้อยจะปอกกล้วยป้อนช้างซึ่งเชื่อว่าช้างเป็นสัตว์ใหญ่   เมื่อได้มาไว้เป็นสมบัติในตระกูลต้องดูแลให้ดีจะทำให้คนในตระกูลมีความยิ่งใหญ่  เจริญในหน้าที่ได้เป็นคุณท้าวเจ้าพระยา
 
๘. อะ  ลอง   พอง  (เลิกพิธี/ ค้ำเรือ)
            เมื่อขั้นตอนเข้าป่าล่าสัตว์ได้ช้างกับมาบ้านแล้วทุกคนได้กลับบ้านอย่างปลอดภัยพร้อมทั้งมีลาภใหญ่คือช้างกลับมาด้วยถือว่า   จะนำความสุข  ลาภยศที่ยิ่งใหญ่มาสู่วงศ์ตระกูล   จากนั้นมีการนำอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธี   รวมทั้งสิ่งของที่นำมาเสริมสิริมงคล   เครื่องเซ่นสังเวย   ขนมต่างๆ ที่นำมาใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่ผูกติดกับเสาของโรงพิธีทุกเสา   จะถูกนำมาวางรวมกันในถาดหรือภาชนะอื่นๆ  ยกเว้น อาวุธ เช่น มีดประจำตระกูล เสื้อผ้าสำหรับร่างทรงของผีโรง  แหวนพลอยแดง  ซึ่งเป็นสิ่งของมรดกตกทอดประจำตระกูลเมื่อเสร็จพิธีแล้ว  จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีในห้องสำหรับบรรพบุรุษ   ซึ่งสิ่งของที่นำมาวางบนแพนั้นจะถูกทุกคนในตระกูลร่วมทั้งช้างช่วยกัน พาย , งัด , ดัน แพสิ่งของให้ออกไป  ลอยน้ำไปไกลๆ  เป็นการลอยความทุกข์  โศก โรคภัย อันตรายต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากวงศ์ตระกูลถึงแม้จะไม่มีเชื่อสายชาวมอญ   หรือไม่เคยตั้งพิธีกรรม  รำผีโรงมาก่อนก็มีเหตุให้ต้องรับสืบทอดพิธีกรรม   รำผีโรง   สืบต่อไป
 
 
 

รำผีโรง มอญบางขันหมาก หน้า ๒ >>

 
ยุวชนไทยรามัญวัดอัมพวัน  ตำบลบางขันหมาก  อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
 
free web counter
free hit counter